จัดสรรงบประมาณบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพจากข้อมูลที่แม่นยำและอ้างอิงได้จริง
รายงาน TRS สำคัญต่อองค์กรของคุณอย่างไร
ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและผู้บริหารฝ่ายการเงินกำลังเผชิญความกดดันอย่างหนักในการควบคุมต้นทุนด้านบุคลากร ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความผูกพันและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเอาไว้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่จากเทคโนโลยี AI ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสุขภาพที่สูงขึ้น การขาดแคลนคนทำงานที่มีทักษะ และภาวะเงินเฟ้อ สิ่งเหล่านี้ทำให้ข้อมูลค่าตอบแทนในอดีตกลายเป็นเรื่องล้าสมัยอย่างรวดเร็ว
รายงาน TRS รวบรวมข้อมูลเงินเดือน ค่าตอบแทนเชิงลึกและผลประโยชน์โดยรวมในหลากหลายตลาด ซึ่งเป็นข้อมูลจริงที่ส่งตรงจากองค์กรผู้จ้างงาน ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ มั่นใจ และมีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
6 ปัญหาจริงที่ HR และ CFO ต้องเจอ พร้อมแนวทางแก้ไขด้วย TRS
-
ข้อมูลตลาดล้าสมัยหรือไม่แม่นยำ: แหล่งข้อมูลทั่วไปมักล่าช้ากว่าความเป็นจริงเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้การตัดสินใจตั้งอยู่บนข้อมูลเก่าหรือการจับคู่ตำแหน่งงานที่ไม่ตรงจุดสิ่งที่คุณจะได้จาก TRS: ข้อมูลจริงจากองค์กรพันธมิตรกว่า 50,000 แห่ง ด้วยระเบียบวิธีวิจัยที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ช่วยให้คุณได้เกณฑ์การเปรียบเทียบ (Benchmark) ที่ทันสมัยและมีความแม่นยำสูง แยกตามบทบาทหน้าที่ กลุ่มธุรกิจ และทำเลที่ตั้ง
-
ขาดข้อมูลสำหรับตำแหน่งงานใหม่และทักษะเฉพาะทาง (Niche Skills): ตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยี ข้อมูล AI และสายงานใหม่ ๆ มักไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในผลสำรวจทั่วไป ทำให้การเปรียบเทียบและการตัดสินใจเรื่องค่าตอบแทนมีความเสี่ยงสิ่งที่คุณจะได้จาก TRS: การแบ่งกลุ่มลักษณะงาน (Job Families) และกลุ่มธุรกิจอย่างละเอียด ช่วยเพิ่มความชัดเจนให้กับตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการสูงและงานเฉพาะทาง เพื่อให้คุณจัดสรรงบประมาณในการรักษาบุคลากร (Retention) ได้อย่างตรงจุด
-
ปัญหาการบีบตัวของโครงสร้างเงินเดือน (Pay Compression) และความเสี่ยงด้านความยืดหยุ่นภายใน: ความเคลื่อนไหวของตลาดส่งผลให้เงินเดือนแรกเข้าของพนักงานใหม่สูงกว่าพนักงานเก่าที่ทำงานมานาน ซึ่งอาจบั่นทอนกำลังใจและส่งผลต่อการรักษาบุคลากรสิ่งที่คุณจะได้จาก TRS: เครื่องมือวัดอัตราการเปรียบเทียบเงินเดือน (Compa-ratio) และการเปรียบเทียบภายในองค์กร จะแสดงให้เห็นว่าจุดใดที่มีปัญหาเงินเดือนไล่เลี่ยกัน พร้อมคำนวณมูลค่าที่ต้องปรับปรุงเพื่อคืนความเท่าเทียมและลดอัตราการลาออก
-
งบประมาณจำกัดกับการจัดลำดับความสำคัญ: เมื่อไม่สามารถปรับขึ้นเงินเดือนแบบเหมาให้กับทุกคนได้ ผู้บริหารสายงานจึงต้องตัดสินใจว่า ควรจัดสรรงบประมาณที่มีจำกัดไปที่จุดใดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์คุ้มค่าที่สุดสิ่งที่คุณจะได้จาก TRS: ใช้รายงาน TRS เพื่อระบุตำแหน่งงานและตลาดที่สำคัญ ซึ่งการปรับขึ้นเงินเดือนเฉพาะจุดจะช่วยเพิ่มอัตราการรักษาพนักงานหรือขับเคลื่อนผลประกอบการได้ดีกว่า ช่วยหลีกเลี่ยงการขึ้นเงินเดือนแบบหว่านแหและรักษางบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
-
ความแตกต่างของค่าตอบแทนในแต่ละภูมิภาคและความซับซ้อนของการทำงานระยะไกล (Remote Work): ค่าครองชีพและอัตราค่าจ้างในตลาดของแต่ละเมืองและประเทศมีความแตกต่างกันมาก ทำให้การกำหนดนโยบายค่าตอบแทนสำหรับทีมที่ทำงานแบบ Hybrid หรือ Remote มีความซับซ้อนสิ่งที่คุณจะได้จาก TRS: ชุดข้อมูลระดับตลาดและระเบียบวิธีวิจัยที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ช่วยให้คุณเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างทำเลที่ตั้งต่าง ๆ และออกแบบกลยุทธ์การจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมตามพื้นที่ภูมิศาสตร์ได้
-
การชี้แจงและอนุมัติงบประมาณปรับขึ้นเงินเดือนต่อฝ่ายการเงินและคณะกรรมการ: CFO ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ชัดเจนและหลักฐานที่น่าเชื่อถือก่อนอนุมัติงบประมาณการปรับขึ้นเงินเดือนสิ่งที่คุณจะได้จาก TRS: ข้อมูลอ้างอิงจากตลาดจริงและการจำลองสถานการณ์ (Scenario Modelling) จะช่วยสร้างเหตุผลทางธุรกิจที่หนักแน่น เชื่อมโยงการปรับค่าตอบแทนเข้ากับการลดอัตราการลาออก การลดต้นทุนในการหาคนใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
รายงาน TRS ให้ข้อมูลอะไรบ้าง
| เงินเดือนพื้นฐาน (Base salary) |
|
| ค่าตอบแทนเงินสดการันตีรวม (Total guaranteed cash compensation) |
|
| ค่าตอบแทนที่เป็นเงินสดรวม (Total cash compensation) |
|
| ค่าตอบแทนโดยตรงรวม (Total direct compensation) |
|
| ค่าตอบแทนและผลประโยชน์โดยรวมทั้งหมด (Total remuneration) |
|
จำนวนองค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจในประเทศไทย
ตำแหน่งงาน
กลุ่มธุรกิจ
บุคลากร/พนักงาน
จุดเด่นที่ทำให้ TRS แตกต่างและไม่เหมือนใคร
การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการปรับโครงสร้างองค์กรในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อกลยุทธ์องค์กรพัฒนาไปอย่างรวดเร็วควบคู่กับนวัตกรรมด้านทรัพยากรบุคคล ข้อมูลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรยังคงสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน รวมถึงสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของพนักงานที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่องค์กรจะสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรชั้นนำไว้ได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน
Mercer Thailand’s Data Intelligence & Academy Solution Leader
กรณีศึกษา: เปลี่ยนข้อมูล TRS ให้เป็นแนวปฏิบัติจริง
สถานการณ์ที่ 1: องค์กรของคุณกำลังวางแผนขยายสู่ตลาดใหม่ – จะเลือกทำเลไหนดี
CEO ระดับภูมิภาคกำลังวางแผนจัดตั้งศูนย์กลางเทคโนโลยี (Technology Hub) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังตัดสินใจเลือกตัดสินใจระหว่างกัวลาลัมเปอร์กับกรุงเทพฯ โดยคุณได้รับมอบหมายให้หาข้อมูลด้านบุคลากรและรายงานความแตกต่างของต้นทุนระหว่างสองตลาดนี้
ก่อนใช้ TRS:
- ต้องพึ่งพาข้อมูลสาธารณะทั่วไปหรือข้อมูลที่สร้างโดย AI ซึ่งอาจขาดความแม่นยำ
- ข้อมูลค่าตอบแทนถูกรวบรวมมาจากแหล่งที่กระจัดกระจายและไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันในแต่ละตลาด
- ข้อมูลล้าสมัยหรือไม่มีการอัพเดตบ่อยพอ ทำให้ไม่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงล่าสุดของตลาดในพื้นที่นั้น ๆ
หลังใช้ TRS:
- ได้ชุดข้อมูลหลายตลาดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ช่วยให้เปรียบเทียบต้นทุนระหว่างกัวลาลัมเปอร์และกรุงเทพฯ ได้อย่างแม่นยำ
- แพลตฟอร์มที่พร้อมใช้งานในทุกเวลาที่ต้องการ (On-demand) มอบข้อมูลเชิงลึกด้านบุคลากรและค่าตอบแทนที่ทันสมัยในหนึ่งที่เดียว ช่วยให้การวางแผนกำลังคนและการตัดสินใจขยายตลาดทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers & Acquisitions) — ตำแหน่งงานไหนควรดำเนินการต่อและตำแหน่งงานไหนควรถูกกำหนดขึ้นใหม่?
องค์กรของคุณกำลังเตรียมเข้าซื้อกิจการบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีอิสระในประเทศไทยที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้าน AI และเข้าถึงกลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถโดดเด่น โดยคุณได้รับมอบหมายให้ประเมินโครงสร้างค่าตอบแทนและบุคลากรหลังการควบรวม เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบตำแหน่งงาน การเปรียบเทียบราคาตลาด และการวางแผนรักษาพนักงานในบริบทของตลาดแรงงานไทย
ก่อนใช้ TRS:
- มองเห็นภาพโครงสร้างค่าตอบแทนและกรอบการทำงานด้านบุคลากรของบริษัทที่ถูกซื้อกิจการได้ไม่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการประเมินความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในตลาดไทย
- การรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองอาจกระจัดกระจาย ทำให้การเปรียบเทียบโครงสร้างค่าจ้าง ระดับงาน และสวัสดิการ ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
- มีความท้าทายในการระบุตำแหน่งงานสำคัญและกลุ่มพนักงานที่มีความเสี่ยงจะลาออก ส่งผลให้มาตรการรักษาพนักงานเป็นแบบหว่านและมีประสิทธิภาพน้อย ซึ่งอาจทำให้ใช้งบประมาณเกินจำเป็น
หลังใช้ TRS:
- เครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบข้อมูล (Due Diligence) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างค่าจ้างที่ได้รับช่วงมา ช่วยให้สามารถปรับโครงสร้างค่าตอบแทนหลังการควบรวมกิจการได้อย่างเป็นระบบในบริบทของประเทศไทย
- สามารถระบุตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการสูงในประเทศไทย เพื่อมุ่งเน้นงบประมาณในการรักษาพนักงานได้อย่างเป็นกลยุทธ์ ปกป้องขีดความสามารถที่สำคัญขององค์กร และควบคุมต้นทุนรวมให้เหมาะสมที่สุด
- เข้าใจสภาพตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง ช่วยให้สามารถดำเนินมาตรการรักษาพนักงานได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย หลีกเลี่ยงการขึ้นเงินเดือนแบบหว่านที่ไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราการรักษาพนักงานให้ดียิ่งขึ้น
อัตราค่าบริการและกำหนดการเข้าร่วม
| ราคา TRS (USD) สำหรับผู้เข้าร่วมส่งข้อมูล | ราคา TRS (USD) สำหรับผู้ที่ไม่ได้ร่วมส่งข้อมูล |
|---|---|
| $9,050 | $18,100 |
- ช่วงเวลาการเข้าร่วมส่งข้อมูล: มีนาคม/เมษายน – มิถุนายน/กรกฎาคม 2026
- กำหนดส่งมอบรายงานผลลัพธ์: ตุลาคม 2026